ศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ - จันทร์

 

ศุกร์

 

เลิกงานพร้อมกับความรู้สึกเหมือนใกล้จะบ้า เพราะงานที่มันคั่งค้างอยู่ ทำให้วันหยุดที่กำลังจะมาถึง ไม่เหมือนเป็นวันหยุด คอลัมน์ของเราที่ยังไม่ได้ส่งมีอยู่ 3 ชิ้น เป็น SCOOP โรงพยาบาล ชิ้นหนึ่งไปสัมภาษณ์มาวันนี้ และรับปากกับพีอาร์โรงพยาบาลว่าจะส่งให้เขาตรวจภายในเสาร์-อาทิตย์นี้

 

 

ส่วนอีกชิ้น เราต้องแวะไปรับข้อมูล+ภาพถ่ายและเอาไปรีไรท์ใหม่ ตอน 6 โมงเย็นวันนี้ ออกจากออฟฟิศพร้อมบรรยากาศเหมือนฝนใกล้จะตก มาถึงโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ตอน 6โมงครึ่ง จริงๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนเราก็เพิ่งจะมาที่นี่ เพราะพี่กายลากเรามาหาหมอเนื่องจากไอไม่หายซะที จ่ายค่าหมอ+ค่ายา ไป 700 (จริงๆ พี่กายจ่ายอ่ะ)

 

 

แวะที่โต๊ะประชาสัมพันธ์รับเอกสารแล้วกำลังจะเดินกลับ ได้ยินเสียงเรียกชื่อ อ้าว พี่ตุ๊ก รุ่นพี่แถวบ้านเก่า ที่คบกันมาเป็น 10 ปี ของเรานั่นเอง พี่ตุ๊กเป็นพยาบาลประจำอยู่ที่นี่ ก็เลยแวะคุยกันเพลินๆ สรุปความว่า ต้นเดือนมิถุนา จะไปเที่ยวทะเลด้วยกันกับก๊วนเพื่อนแถวบ้าน โอเคๆ

 

 

กลับมาถึงห้อง ตั้งใจว่าจะทำงาน แต่ไม่ค่อยมีสติ อาบน้ำ กินข้าว นอนตั้งแต่ 4 ทุ่มซะอย่างนั้น

 

 

เสาร์

 

ตื่นมา 10 โมง ไม่น่าเชื่อว่าเรานอนได้เยอะขนาดนี้ ลงไปหาอะไรกิน นอนดูทีวี จัดบ้าน รอให้ช่างมาซ่อมฝ้าเพดานที่รั่ว ในที่สุดช่างก็มาตอน บ่าย 4 โมง เฮ่อ หวังว่าซ่อมคราวนี้ ห้องเราคงจะไม่มีผนังน้ำตกอีกนะ เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็เลยลงไปหาอะไรกิน + เช่าหนังมา กะว่าคืนนี้จะดู แต่ไปๆ มาๆ ก็นอนตั้งแต่ 4 ทุ่มเหมือนเคย

 

 

อาทิตย์

 

ตื่นมาควรจะเริ่มต้นทำงานได้แล้ว เพราะคุณพีอาร์เธอโทรมาถามเรื่องคอลัมน์ตั้งแต่เช้า ช่วงเช้า-บ่าย เลยใช้เวลาไปกับการถอดเทป + ร่างเนื้อหาไว้ในใจ แต่ถ้ามันไม่มีอารมณ์ มันก็เขียนไม่ออกจริงไหม นอนดูหนังดีกว่า ... ดู The Holiday จบตอน 2 ทุ่ม เฮ่อ คิดถึงพี่กายชะมัด เลยส่ง sms ไปหาเขาว่า I miss u so much อาจจะดูเหมือนประโยคธรรมดา แต่เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

 

 

ลังเลอยู่ว่า พรุ่งนี้จะไปออฟฟิศดีไหม แต่ยังไงก็เตรียมตัวเหมือนว่าจะไปไว้ก่อนแล้วกัน

 

 

จันทร์

 

ในที่สุด เราก็มาปรากฏตัวอยู่ที่ออฟฟิศ ที่แสนเงียบสงบ เพราะมีแค่เรา พี่นก-ช่างภาพ และ พี่ปลา อาร์ตไดฯ (ที่หายหน้าไปหลายวัน) อยู่กันแค่ 3 คน บรรยากาศน่าทำงานมากๆ จนเราทำคอลัมน์เสร็จไป 1 ชิ้น กะว่า จะเอาให้เสร็จอีกชิ้น แล้วก็จะไปงานที่พารากอนต่อตอนบ่าย

 

 

พรุ่งนี้สิน่าห่วง เพราะมีสัมภาษณ์ SCOOP โรงพยาบาลอีก 1 ชิ้น ตอน 10 โมง ต่อด้วยสัมภาษณ์คอลัมน์ใหญ่ 5 หน้า ตอนบ่าย 2 ซึ่งยังไม่รู้ว่าสรุปแล้ว คนสัมภาษณ์จะเป็นเราหรือเป็นพี่เหลิม นักเขียนอาวุโส เจ้าประคุณ ขอให้เป็นพี่เหลิมเหอะ ไม่อยากเตรียมตัวสัมภาษณ์ใหญ่ๆ แบบนี้เลย ต่อจากนั้น เราต้องไปช่วยพี่ตุ๋ยทำคอลัมน์ nice Tonight ที่ Bed Supper club เพราะเราเป็นคนนัดกับพี่ยุ่ง PR เอาไว้ ตอน บ่าย 4

 

 

ที่น่ากดดันที่สุด ก็เพราะ คอลัมน์ที่เราถืออยู่ เป็นคอลัมน์สุดท้ายของเล่มแล้วน่ะสิ ถ้าเราเขียนเสร็จเร็ว หนังสือก็จะออกมาวางแผงเร็ว ถ้าเสร็จช้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะโทษใคร!!??

 

 

ปล. พี่กายกลับมาวันอังคาร แต่มีเวลาอยู่ด้วยกันไม่กี่วันเอง เสาร์ - อาทิตย์นี้ เรารับปากไปรับจ๊อบที่หัวหินแล้วอ่ะ แย่จิง

 

คำถาม : T-BONE

ผมนึกว่าวันนี้จะหยุดทำงานกันเสียอีกครับ

สู้ ๆครับ
Squre-icon
7 พ.ค. 2550 เวลา 11:19 น.
คิดถึงพี่กายด้วย (เกี่ยวไรด้วยวะกุ)
555

ปล. ขอร้องแหมๆๆๆ หน่อยได้ป้ะ :p
000080
7 พ.ค. 2550 เวลา 11:28 น.
อะ ระเธอล่ะค๊า

มะไหร่ว่างมาเมากันล่ะคะ

ได้ข่าวเบี้ยวชั้นสองงานระนะคะ
น่าสงสาร..วันหยุดยังต้องทำงานอีกแน่ะ
อะ สู้ต่อๆ

เรื่องไอนี่อ่ะ ไม่เข้าใจ กินยาอะไรก้ไม่หาย จนกว่าเราจะได้พักผ่อนอะ
002436
7 พ.ค. 2550 เวลา 15:44 น.
มีมิสเตอร์มาราธอน
วันหยุดก็จะเป็นวันหยุด !!
หุหุ แกทันโฆษณานี้มั๊ยอะ
เสร่อเน๊อะ
+
+
รักษาสุขภาพนะแก
คิดถึงๆ ๆ ๆ
000682
7 พ.ค. 2550 เวลา 16:20 น.
ตั้งใจทำงานนะครับ
รีบๆทำคอลัมภ์ จะได้เสร็จ
++++++++++++++++++++++++
002146
7 พ.ค. 2550 เวลา 18:31 น.
ง่า งานเยอะ สู้ๆ
001072
7 พ.ค. 2550 เวลา 22:27 น.
เอาใจช่วยค่ะพี่
002360
8 พ.ค. 2550 เวลา 00:25 น.
แม้จะเป็นเวลากว่าสองทุ่มแล้ว แต่ท้องฟ้าในนครที่ชื่อว่าเมืองแห่งทอร์นาโด อย่างเท็กซัส ก็ไม่มืดลงสักที มันยังคงสว่างราวกะว่าเป็นเวลาสัก 4-5 โมงเย็น... แต่สิ่งที่จะบอกให้พอทราบได้ว่ามันเริ่มค่ำแล้ว ก็ตรงที่มีคนเริ่มจะออกจากผับ บาร์เหล้า เพื่อเดินทางกลับบ้านกัน เนื่องจากว่าร้านรวงที่นี่ จะปิดเวลาสามทุ่มของวันธรรมดา หากจะคึกคื้นหน่อยก็น่าจะเป็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เท่านั้นที่จะเปิดถึงเที่ยงคืน หรือบางร้านอาจจะเปิดถึงตีสอง มันทำให้คนไกลบ้านอย่างเราดูเหงาๆเสียนี้กระไร... จริงๆแล้วเราน่าจะไปเป็นคนเขียนบทละครน่าจะดีว่ะ คริคริคริ.....

เข้าเรื่องเลยดีกว่า..... เทรนอยู่เกือบอาทิตย์ ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่นอกจาก

6.30 ตื่นนอน อาบน้ำ แปรงฟัน
7.45 มีรถรับไปที่ทำงาน
8.15 ทานอาหารเช้า
8.30 เข้าห้องเรียน
11.45 ทานอาหารกลางวัน
13.00 เข้าห้องเรียน
17.00 เลิกเรียน รถพาไปส่งที่โรงแรม

เฮ้อ...ถ้ากรูไม่มีพี่น้องที่นั่นก็คงเฉาตายเหมือนกะคนอื่นๆ... พวกนี้มันก็แปลกนะ... พอกรูชวนไปไหน มันก็ไม่อยากไป มันพูดได้คำเดียวว่า I am so tired and wanna to sleep. สงสัยบ้านมันไม่มีที่นอน... ไม่เป็นไร ไม่ไปก็ไม่ไป..กรูก็เลยโทรไปหาพี่ที่รู้จักกัน เขาเป็นผู้หญิงนะจ๊ะที่ร๊าก...อย่าเพิ่งขยับปากด่า...พอดีเขาเป็นญาติทางแม่ เป็นคนที่ไปรับเราจากสนามบินเมื่อวันที่เราไปถึงอ่ะ... เขาก็ชวนเราไปโน้นไปนี่ เลี้ยงอาหารเราบ้าง ก็ดีเหมือนกันทำให้ไม่เบื่อเท่าไร แต่คนที่นั้นมันเหมือนกันคนไทยเมื่อห้าหรือสิบปีก่อน ที่อาหารตามร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบว่า all you can eat จ่ายแค่ 10 เหรียญ อยากจะกินเท่าไรก็กินเข้าไป...แต่ที่นั้นเราไม่เรียกกินแล้วอ่ะ เขาต้องเรียกว่ายัด หรือว่าแด๊กกกกก....จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนที่นั่นเขาถึงได้ตัวใหญ่กันจิงๆ ก็ดัน over consume เข้าไปขนาดนั้น เราคิดว่าเราตัวใหญ่แล้วนะ...อยู่ที่นั่นดูตัวเล็กลงไปถนัดตา...คริคริ แอบชมตัวเอง....

จนมาถึงวันสุดท้ายพี่สาวคนดีของเราก็ดันไม่ว่าง เทรนก็เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย จะให้กรูนอนแต่ในโรงแรมก็จะกระไรอยู่ ก็เลยชวนพรรคพวกเพื่อนฝูงไปฉลองกันที่ร้านเหล้าแถวนั้น.... ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะกินเบียร์ ก็เลยสั่งโคโลน่าไลท์มากินกัน... ไอ้คนเสริฟ มันบอกให้พวกเราโชว์ ID เรารีบหันไปมองหน้ามันแล้วถามมันว่า Are you kidding guy? มันก็ไม่พูดอะไร แล้วมันก็หายไป สักพักมีหัวหน้าของมันมาบอกว่า ตามกฎของรัฐนี้ คนที่สามารถสั่งเหล้าหรือดื่มเหล้าได้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป.... เราก็บอกว่าแล้วเมิงคิดว่ากรูอายุเท่าไรกันว่ะ..ไอ้เปรต...หรือว่าหน้าของกรูมันจะอ่อนจริงๆๆ...คริคริ

มันบอกว่ายังไงก็ไม่ได้ ยังยืนยันว่าจะขอดู passport ของพวกเรา จิงๆแล้วเราเคยเจอแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เรามาถึงกันแล้วอ่ะ แต่ก็อย่างว่า ใครจะบ้าถือ passport ไปเที่ยว จิงม่ะ แต่ไอ้ร้านเมื่อวันแรกมันก็ใจดี ให้เราดื่มจนได้... แต่ไอ้ร้านนี้มันไม่ยอม...เอาว่ะ ก็เลยต่อรองมันว่า ถ้ามี ID อย่าอื่นได้ม่ะ มันบอกว่าได้...เออ...ก็พูดอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เป็นเรื่อง...ทุกคนก็เลยยื่นบัตรประชาชนของทุกคนให้มันดู.....ปรากฎ ว่าไม่มีปัญหาอะไร.... +++พอถึงคิวกรู ปรากฎว่าในบัตรมันเสือกบอกเป็น พศ. (ทุกคนลองเอาออกมาดู) แล้วหะหมาตัวไหนมันจะไปรู้กะเมิงว่ะ... อันนี้คือข้อเสียของบัตรประชาชนของคนไทย.... เอาไปคิดกันเล่นๆแล้วกัน.....

เฮ้อ กว่าจะอธิบายมันได้ว่า มันเป็นปีของไทย มันก็ไม่เชื่ออ่ะ.....มันถามต่อว่า ม.ค. คืออะไร...วุ๊ยวุ่นวายมากมาย...จนเพื่อนเราบอกว่างั้นมันสั่งสองขวดแล้วกัน อีกขวดหนึ่งให้เรา...มันเป็นคนรับผิดชอบเอง.... อยากจะตบไอ้พวกที่เป็นคนคิดบัตรประชาชนซะจิงๆๆไอ้เวง...

พอเหล้าเข้าปากก็เริ่มเงี่ยน...เฮ้ยเซี้ยน... ชวนกันดิ้นต่อ.... ขอโทษข้างหน้าดูดีเหมือนนาซีซีส แต่พอเข้าไปทำไมมันเป็นผับแบบเปิดโล่งว่ะ..... ก็ดันลืมนึกไปว่ามันเป็นเมืองคาวบอย....สนุกอยู่ได้ไม่นอน กรูกลับก่อนแล้วกัน....

เซ็งจิต...มาเท็กซัสทั้งที....ทำไมดูเหมือนไม่ถึงเลยว่ะ.... หยิบหนังสือไกร์บุ๊คได้เจอโฆษณา chat line คริคริ...ไม่รอช้า รีบเข้าไปโดยเร็ว.... ทำโพรไฟล์แนะนำตัวก่อนเลย.... บอกว่ามาจากเมืองไทย หาคนพาเที่ยว.....ได้ผลว่ะ มีคนมาฝากเสียงไว้ในเมล์บ๊อกซ์มากมาย.... แต่ที่น่าเสียดายก็ตรงที่ว่า ไม่ได้ prepaid เมล์บ๊อกซ์เอาไว้อ่ะ... มันตั้ง 33 เหรียญ...ไม่งั้นคงได้ถึงเท็กซัสไปแล้ว...

ยังคงไม่ละความพยายาม เห็นเว็บเกย์...มีหรือเราจะอยู่นิ่ง....คราวนี้ยอมเสียเงินได้...จากคราวที่แล้วบอกว่า+++แพง คราวนี้ไม่เป็นไร ก็ดันจิตหงุดเงี๊ยวนี่....อย่างไงบริษัทก็จ่าย...ฮ่าๆๆ
รีบเข้าเว็บเร็วไว...ได้คุยกะคนหนึ่งอ่ะ เขาป็นคนต่างเมือง แต่อยู่ในเท็กซัส... มันเอาจิงโว้ย... จะมาหาที่โรงแรม...กรี๊สสสสส แต่อย่างไงความปลอดภัยก็อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ก็เลยบอกว่าเราจะกลับพรุ่งนี้แล้วอ่ะ.... ก็เลยให้อีเมล์ปูทางไว้ก่อน..... พอจะเลิกเล่น ก็ดันเจอน้องคนไทยคนหนึ่งอ่ะ มาเรียนที่ Austin มันบอกว่าอยากเจอ..โอ้ยพี่ท่าน...อยู่ห่างคนละโยชน์จะเจอกันได้ไง... ก็เลยให้อีเมล์ไปอีกตามเคย.....แต่ขอบอกว่าคนนี้น่ารัก.... แต่เสียใจกรูมีแฟนล่ะ...คริคริ....แต่แฟนอยู่ที่เมืองไทย.... ถ้าอยู่อเมริกา ยังไม่มีแฟน....เริ่มทำงานก่อนเดี๋ยวมาเล่าต่อ
TonyGuy
8 พ.ค. 2550 เวลา 07:47 น.
เล่าไปเยอะมากมาย...หวังว่าที่ร๊ากคงไม่โกรธนะ ...ก็อย่างที่บอกอ่ะว่า มีอะไรจะไม่ปิดบังไง....ไม่ปิดแต่ไม่เปิดเผยหมด ......คริคริ

และแล้ววันกลับก็มาถึง..... น่าเบื่อหน่ายสำหรับการเดินทางเกือบ 30 ชม. แต่เอาว่ะ นั่งๆนอนๆไป เดี๋ยวก็ถึง... พี่สาวคนดีของเราพาไปเลี้ยงข้าวเย็นที่บ้านเขาก่อนออกเดินทางไปสนามบิน... ได้พบปะคนไทย คนลาวมากมายที่นั่น พูดคุยกันถึงเรื่องว่าจะมาอยู่ที่เท็กซัสดีไหม...ไม่เห็นมีใครสนับสนุนถ้าจะมาเอง แต่ถ้ามาทำงานในบริษัทที่เราทำงานอยู่แล้ว เขาเห็นด้วยเต็มที่ บ้านที่พี่สาวเขาพาเราไป พ่อแม่เราเคยมาอยู่แล้วตอนที่มาเที่ยวที่นี่เมื่อกลางปีที่แล้ว เราก็เลยมาย้อนรอย แบบเป็นทูตสันธไมตรีอีกทีหนึ่ง....

ออกเดินทางเกือบสี่ทุ่ม....จาก dallas มุ่งสู่ LA. มีคนมาด้วยไม่เกิน 20 คน เหมือนกะได้นั่งเครื่องบินส่วนตัว... ไอ้ฝรั่งบางคนเครื่องยังไม่ทันขึ้นเลย มันก็นอนแผ่หลาควบสามที่นั่ง...พอพวกแอร์มันมาบอกให้รัดเข็มขัด +++ก็กวนทีน เอาเข็มขัดมารัดต้นขาแล้วก็หันไปถามแอร์อีกว่า That\\\'s okay ? กวนตีนซะไม่มี.... นั่งเครื่อง 3.30 ชม. มาลงที่ LA อากาศเย็นมากมาย กรูลืมไปว่านี่มันไม่ช่ายเมืองไทย...สนามบินบ้าอะไรว่ะ...ใหญ่โคตรๆ ไม่เห็นเหมือนที่สุวรรณภูมิบ้านกรูเลย เท่าแมวดิ้นตาย เสือกคุยนักคุยหนาว่าจะเป็น hub of asia แทบบ้า.....

ตะเองเชื่อม่ะว่า...คนที่เป็นแฟนกันอ่ะ มักชอบจะทำอะไรเหมือนๆกัน ในเวลาเดียวกัน... ฉันกะลังจะบอกว่าฉันก็ได้ดู The Holiday ในเครื่องบินเหมือนกัน... แล้วตกลงเธอจะเป็นอาแมนด้า หรือว่าไอริสอ่ะ... แต่ฉันหวังว่าเธอคงยังไม่คิดจะเลิกกะฉันช่ายม่ะ....เย็นนี้เจอกัน จะเอาจีสติงไปฝาก...แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องใส่ตัวเดียวเวลาอยู่กะฉัน...คริคริ...

ไม่เอา..ไม่เล่าล่ะ กลัวติดเรท....
TonyGuy
8 พ.ค. 2550 เวลา 08:37 น.
^
^
^
หื่น ดีเนาะ.....แอร๊ยยยยยย แล้ว โซ่ แส้ กุญแจ เทียน ไม่มีเหรอ พี่กาย
000228
8 พ.ค. 2550 เวลา 10:58 น.
คริคริ
000137
8 พ.ค. 2550 เวลา 12:05 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic