The Virgin Suicides : เป็นวัยรุ่นยากกว่าที่คิด

 

 

เมื่อวันพฤหัส ได้มีโอกาสกลับเข้ามหาลัย ได้ไปนั่งดูน้องๆ ปี 1 ในกิจกรรมรับน้อง ได้นั่งคุยกับเพื่อนๆ เรื่องปัญหาในครอบครัวของแต่ละคน (หมายถึงกับพ่อ-แม่ นะจ๊ะ ไม่ใช่กับสามี) พอตกดึก ก็นั่งดู The Virgin Suicides ที่ผมเช่ามาจากร้านเฟรม ท่าพระจันทร์ ด้วยกัน

 

 

หนังในปี 1999 ของ โซเฟีย คอปโปลา ที่กลายเป็นขวัญใจนักวิจารณ์และเด็กมีปัญหาหลายคน เรื่องราวของ พี่น้องสาวน้อย 5 คน ที่อายุไล่เรียงกันไป ตั้งแต่ 13 จนถึง 17 ที่ต้องเผชิญปัญหากับการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่น การเติบโตสู่วัยสาว ความเปลี่ยวเหงา ความสับสน และ เซ็กส์

 

 

ฉากแรกของ The Virgin Suicides เปิดด้วยภาพชุมชนที่ดูเหมือนจะแสนอบอุ่น แสงแดด ขับเน้นทุกอย่างให้ดูสดใส เด็กๆ เล่นกันหน้าบ้าน พ่อบ้านขับรถไปทำงาน แม่บ้านทำความสะอาดบ้าน แต่เช้านั้น ... ซิเซเลีย น้องสาวคนเล็กของตระกูลลิซบอน พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกรีดข้อมือ ... ไม่มีการอธิบายถึงสาเหตุ มีเพียงสีหน้าอมทุกข์ของเธอเท่านั้นที่บ่งบอกความหมาย

 

 

จากการฆ่าตัวตายของน้องคนเล็ก ทำให้พ่อ-แม่ ยอมผ่อนคลายกฎระเบียบอันเคร่งครัดลงบ้าง พวกเขายอมเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อ มาร่วมรับประทานอาหาร ตามด้วยการจัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ที่เชิญเด็กหนุ่มมาร่วมงาน ... แต่นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่หดหู่ เมื่อ ในที่สุด ซิเซเลีย ก็ฆ่าตัวตายได้สำเร็จ ... แต่พี่ๆ ที่เหลือก็ยังใช้ชีวิตต่อไป ... ท่ามกลางความสับสนของการเป็นเด็กวัยรุ่น

 

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กผู้หญิงจะต้องสนใจเด็กผู้ชาย แต่เมื่อการหายไปทั้งคืนเพื่อแลกกับการเสียพรหมจรรย์บนสนามโรงเรียนของ ลักซ์ (รับบทโดย คริสเตน ดันส์ท) เกิดขึ้น พ่อ-แม่ก็พร้อมที่จะกลายร่างเป็นปีศาจ พวกเขาไม่ยอมให้ลูกไปโรงเรียน ขังลูกไว้แต่ในบ้าน รวมไปถึงการทำลายแผ่นเสียงของลักซ์

 

 

เรื่องราวทั้งหมดของเด็กสาวตระกูลลิซบอน ถูกจับตามองโดยเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่ง แม้พวกเขาจะพยายามช่วยเหลือพวกเธอ แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเสียแล้ว ...

 

 

ใครหลายคนบอกว่า The Virgin Suicides สะท้อนความเปลี่ยวเหงาของการเป็นวัยรุ่นที่ห่างเหินกับพ่อแม่ และบอกให้เรารู้ว่าการเป็นวัยรุ่นโดยไม่มีปัญหามันยาก ... แต่ผมกลับคิดในมุมกลับว่า การเป็นพ่อ-แม่ที่ดี มันก็ยากเหมือนกัน

 

 

นี่เป็นงานของ โซเฟีย คอบโปลา ที่ผมชอบมากกว่า Lost in Translation เสียอีก ถ้า Lost in Translation คือความเหงา The Virgin Suicides คือความเหงาและหดหู่มากกว่าสิบเท่า นั่นก็เพราะ แม้พวกเธอจะดูสวย สดใส และยิ้มร่า แต่เราก็รู้ว่าพวกเธอเหงาเหลือเกิน

 

 

ปล. เพลงที่เอามาให้ฟัง เป็นเพลงโปรดเพลงหนึ่งของผม ยิ่งมันปรากฏในฉากที่เด็กหนุ่มพยายามติดต่อพวกเธอผ่านโทรศัพท์ เพื่อช่วยเหลือ ? มันกลับยิ่งจี๊ด .... เด็กหนุ่มรวมตัวกันกดเบอร์โทรศัพท์ไปยังบ้านตระกูลลิซบอน .. พอพวกเธอรับสาย เขาก็เอาหูโทรศัพท์ไปจ่อที่เครื่องเล่นแผ่นเสียง ที่กำลังเล่นเพลงนี้

 

“Hello, it's me
I've thought about us for a long, long time
Maybe I think too much but something's wrong
There's something here that doesn't last too long
Maybe I shouldn't think of you as mine”

 

ส่วนเด็กสาวๆ ก็ใช่ย่อย พวกเธอลุกขึ้นจากเตียง และพื้น ค้นหาแผ่นเสียง เปิดเพลงส่งกลับไปให้พวกเขาฟัง ... และต่างฝ่ายก็ถามไถ่ความเหงากันด้วยเสียงเพลงอีกหลายเพลง ... นี่เป็นฉากที่ดีฉากหนึ่งของ The Virgin Suicides

 

 

 

 

Hello It's Me : Ost. The Virgin Suicides

 

อ่านแล้วทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้อีก ...

กำลังเหงาพอดี ... อยู่บ้านคนเดียว
ฮือๆ ...

เดี๋ยวต้องหาโหลด ..
003785
16 มิ.ย. 2550 เวลา 17:06 น.
คิดถึงนะคะ 30 มิย. ว่างมั้ย?
...พีหนุ่มเขียนมีพลังโคตร ๆ
อ่านแล้วชอบไดฯวันนี้จัง...

ชอบทั้งเหงา ๆ นี่แหละ


ไปมาลัยฯกันมั้ยพี่...
เด็กเห(ง)า
16 มิ.ย. 2550 เวลา 23:24 น.
ต้องใช้ศาสตร์ทางมานุษยวิทยา สังคมวิทยา และอาชญาวิทยา ที่น้องกะลังศึกษามาวิเคราะห์ 555
002290
17 มิ.ย. 2550 เวลา 12:56 น.
คิดถึงเมิงจัง
000682
17 มิ.ย. 2550 เวลา 14:25 น.
ร้านเฟรม ท่าพระจันทร์ มันอยู่ตรงไหนหรอคะ...แองงงนิดนึง...อยากดูมากกกกกกกกกช่วยบอกที
Nu
11 เม.ย. 2551 เวลา 17:19 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic