2001 : a space odyssey : เป็นเพียงมนุษย์ผู้เย่อหยิ่ง

 

เป็นเพราะไม่ได้อยู่ออฟฟิศนานๆ แบบครบ 8 ชั่วโมงอย่างวันนี้มานานมากแล้ว วันนี้ผมเลยมีอาการปวดหัวตุบๆ ตอนเดินออกจากออฟฟิศ ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ทำงานหนักหนาอะไรหรอก แต่เกมส์ เด็กเสิร์ฟที่เล่นอยู่ทั้งวันมันยากจริงๆ ... แหม ก็ส่งต้นฉบับไปหมดแล้วนี่นา จะให้ทำอะไรล่ะ นอกจากเล่นเกมส์

 

 

กลับถึงบ้าน อาการปวดหัวก็ยังไม่หาย ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดถูกคิดผิดที่หยิบเอา 2001 : a space odyssey ที่ดูค้างไว้มานอนดูต่อ เพราะดูจนจบแล้ว ผมกลับมึนยิ่งกว่าเดิม ...

 

 

2001 : a space odyssey เป็นผลงานการกำกับของ สแตนลีย์ คูบริค ในปี 1968 โดยสร้างจากนวนิยาย ของ อาเธอร์ ซี. คล้าร์ก ขวัญใจหนอนหนังสือวิทยาศาสตร์ ถ้าถามว่าความโดดเด่นของ 2001 : a space odyssey คืออะไร เชื่อว่าแทบทุกคนคงต้องตอบว่า ภาพอันงดงามและชวนขนลุกของอวกาศอันอ้างว้าง และเสียงดนตรีคลาสิคที่ไม่น่าเชื่อว่ามันเข้ากันได้ดีกับภาพยานอวกาศที่ลอยอยู่โดดเดี่ยวได้เป็นอย่างดี

 

 

หลายฉากหลายตอน ของ 2001 : a space odyssey ไม่สามารถเล่าเป็นเรื่องราวได้ มันเป็นเพียงภาพท้องทุ่ง ขุนเขากว้างใหญ่ไพศาล ภาพยานอวกาศเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ ภาพแสงสีหลากสีสันที่วูบวาบเคลื่อนไหวไปมา และฉากจอมืดดำสนิทเป็นเวลาหลายนาที

 

 

ฉากแรกที่เราพอจะจับใจความเนื้อหาได้คือ ฝูงลิง (ที่เชื่อกันว่าเป็น) ต้นกำเนิดของมนุษย์ อยู่ร่วมกัน ทะเลาะกันเองบ้าง แบ่งปันอาหารกันบ้าง และปกป้องแหล่งน้ำของตนเองด้วยพละกำลัง ... เมื่อวันหนึ่งอยู่ๆ ก็มีแท่งหินสีดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ของพวกมัน เมื่อพวกมันได้ร่วมกันสัมผัสแท่งหินนั้น พวกมันก็เริ่มมีวิวัฒนาการที่ต่างจากลิงฝูงอื่นๆ ... แต่ลิงก็เป็นสัตว์ที่มีความโหดร้ายแฝงอยู่ในตัว (เช่นเดียวกับมนุษย์) มันพร้อมจะใช้อาวุธที่คิดขึ้นมาได้โดยบังเอิญฆ่าฟันผู้รุกราน และใช้อาวุธนี่ล่ะในการหาอาหาร ... ชั่วขณะหนึ่ง ผมเชื่อว่ามันช่างดูเป็นลิงที่เย่อหยิ่งเสียนี่กระไร มันอยู่เหนือสัตว์ทั้งปวง ... แต่มันลืมไปว่า มันอยู่บนอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลนัก ดังเช่นภาพท้องทุ่ง ขุนเขา ที่ สแตนลีย์ คูบริค สอดแทรกมาเป็นระยะ

 

 

ผ่านพ้นมาอีกหลายสิบล้านปี มนุษย์พัฒนาไปถึงขั้นเดินทางไปสู่อวกาศ พวกเขาค้นพบวัตถุประหลาดฝังตัวอยู่บนดวงจันทร์ มันมาจากที่ไหน? ด้วยสัญญาณประหลาดที่แผ่ออกมาจากวัตถุนั้น พุ่งตรงไปที่ดาวพฤหัส และนั่นคือจุดหมายที่นักบินอวกาศ 5 นาย (2 นายเดินเหินไปมาได้ อีก 3 นายถูกแช่ตัว จำศีล) พร้อมกับ คอมพิวเตอร์สมองกลที่ฉลาดที่สุด และไม่เคยผิดพลาด ซึ่งสามารถคิด โต้ตอบ พูดคุยได้เหมือนมนุษย์ เขาชื่อว่า ฮัล เดินทางไปด้วยกัน ....

 

 

แต่อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ ในเมื่อมนุษย์ยังคงเป็นสัตว์ที่เย่อหยิ่งเกินกว่าจะเชื่อใคร นอกจากตัวเอง และเมื่อคอมพิวเตอร์มีสติปัญญา ความคิด และอารมณ์ได้เหมือนมนุษย์ .... ในอวกาศที่กว้างใหญ่ไพศาล ใครละจะเป็นผู้ชนะ

 

 

สิ่งที่ผมชอบมากใน 2001 : a space odyssey ก็คือ งานภาพที่ดูสมจริงจนน่ากลัว ตั้งแต่ภาพอดีตก่อนมนุษย์จะเกิดขึ้น และฝูงลิง ที่ถ้าสังเกตได้ดีก็จะพบว่า สแตนลีย์ คูบริค ก็ถ่ายจากพื้นโลกนี่ล่ะ เพียงแต่การจัดวางภาพที่ดีทำให้ได้ภาพที่แปลกตาออกไป เช่นเดียวกับภาพในยานอวกาศ และนอกอวกาศ .... อย่าลืมนะครับว่า 2001 : a space odyssey สร้างในปี 1968

 

 

เพราะฉะนั้น นี่เป็นงานล้ำยุค และแน่นอนว่า สแตนลีย์ คูบริค ก็สร้างงานนี้ขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งเช่นเดียวกัน

 

 

Also Sprach Zarathustra : John Williams
OST. 2001 A Space Odyssey

อ่านแล้วอยากดูมากเลยนะคะเนี่ย
002655
3 ก.ค. 2550 เวลา 23:07 น.
ดูมันลุ่มลึกมากเลยอ่ะค่ะ
น้องเดือนปวดหัว
ขอไปสวยก่อนดีกว่า
003125
3 ก.ค. 2550 เวลา 23:14 น.
เกมเด็กเสิร์ฟที่ว่า
diner dash รึเปล่าคะ
004517
3 ก.ค. 2550 เวลา 23:46 น.
play game 8 hours ha ha ha
Squre-icon
4 ก.ค. 2550 เวลา 00:51 น.
สุดท้ายก็กลับมาที่หนัง เนอะ
003053
4 ก.ค. 2550 เวลา 12:53 น.
เอาหนังมาให้อ่านอีกนะ
002135
4 ก.ค. 2550 เวลา 15:29 น.
วันไหนไปดูหนัง House คนเดียวก็ชวนพี่บ้างสิจ๊ะ ^^
ขอยื๊มควงสักวัน
เด๋วจะไปเซ็นต์ปกหนังสือให้ถึงที่ หิหิ
001565
4 ก.ค. 2550 เวลา 18:33 น.
เล่นผ่านยังอ่ะ
ด่านแม็กซิกันอ่ะ
หิหิ

จุ๊บจุ๊บ
นุ้ยเอง
7 ก.ค. 2550 เวลา 13:03 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic