Bled Number One / Broken English / The Competition

 

 

เนื่องจากอยู่ในช่วงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ดังนั้นคงจะต้องยกพื้นที่ไดอารี่ให้กับเทศกาลนี้เต็มๆ จนกว่าจะหมดเทศกาลนะจ๊ะ ... ผ่านไป 2 วัน เราเพิ่งจะได้ดูหนังไปแค่ 3 เรื่องเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้ว เขาฉายหนังกันไปแล้วกว่า 40 เรื่อง ขอเขียนถึงแยกเป็นเรื่องๆ ไปแล้วกัน

 

 

 

Bled Number One : ฉันอยากกลับบ้าน

 

 

 

เรื่องย่อ : Kamel ชายหนุ่มผู้อาศัยอยู่ในฝรั่งเศสกลับมาปรเทศอัลจีเรียบ้านเกิด ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อปกป้องวิถีชีวิตของพวกเขาจากแก๊งค์เด็กอันธพาลกวนเมือง คาเมลยังได้พบกับ Louisa หญิงสาวที่ถูกสามีรังเกียจเพียงเพราะเธออยากร้องเพลงแจ๊สแบบอเมริกัน และคาบาเรต์ คาเมลและหญิงสาวผู้นี้ถูกชะตากัน วัฒนธรรมและอคติผลักให้เขาและเธอต้องออกไปไกลจากบ้านเกิด มันเป็นถนนชีวิตอันยากลำบาก เพราะ หลุยส์ซา ก็พยายามต่อสู้เพื่อได้รับสิทธิในการดูแลลูกชาย ในขณะที่คาเมลก็มีความรับผิดชอบต่อกองทัพอาสาสมัครที่ต้องการจะจัดการกับอันธพาล งานชิ้นเยี่ยมที่คว้ารางวัล Award of the Youth ที่ Cannes Film Festival ปี 2006

 

 

เป็นหนังที่เราไม่ได้ทำการบ้านก่อนเข้าไปดูเลย และไม่รู้เรื่องว่าเป็นหนังเกี่ยวกับอะไรกันแน่ แรกเริ่มเราคิดว่านี่น่าจะเป็นหนังโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอัลจีเรียได้สบายๆ ด้วยภาพแบบสารคดีที่ถ่ายชีวิตความเป็นไปของกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนเล็กๆ โดยมีคาเมลชายหนุ่มที่เดินทางกลับมาบ้านเกิดเป็นผู้เราพาไปชม ที่ติดตาคือการล้มวัวให้เห็นกันจะๆ เชือดกันสดๆ และแบ่งกันให้ชายหนุ่มแต่ละคนเอาไปเป็นเสบียงของครอบครัว ...

 

 

แต่ครึ่งเรื่องหลัง เราก็ตระหนักได้ว่านี่คือหนังด่าอัจจีเรียต่างหาก เพราะมันพูดถึงความไม่เท่าเทียมกันของผู้ชายและผู้หญิงในประเทศ ขณะที่ผู้หญิงต้องปฏิบัติตามกรอบประเพณี ห้ามร่วมกลุ่มกับผู้ชาย ต้องอยู่แต่ในบ้านทำงานบ้าน หรือการที่หลุยส์ซาโดยรังเกียจจากคนในชุมชนเพราะเธอถูกสามีไล่ออกจากบ้าน ขณะที่ผู้ชายผู้รวมกลุ่มกันตั้งด่านตรวจคนเดินทางเข้าออกในหมู่บ้าน และจับกลุ่มกันกินเหล้า พูดคุยกันเรื่องไร้สาระ และมีสิทธิตบตีผู้หญิงในครอบครัวได้อย่างเสรี .... อำนาจที่อยู่ในมือ คือประเด็นหนึ่งที่หนังพูดถึง ทั้งอำนาจจากการเป็นชาย และอำนาจจากการมีอาวุธ

 

 

แต่ขณะเดียวกันหนังก็พูดถึงภาวะคนนอกของสังคมด้วยเช่นกัน เพราะขณะที่คาเมลกลับมาบ้านเกิด แต่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของที่นี่ เช่นเดียวกับหลุยส์ซาที่รักจะร้องเพลง และสุดท้ายสถานที่ที่เธอสามารถร้องเพลงได้ก็คือในโรงพยาบาลสำหรับคนบ้า

 

* Bled Number One มีฉายอีกครั้ง วันอาทิตย์ ที่ 22 รอบ 15.50 น. หนังพูดภาษาฝรั่งเศส มีซับภาษาอังกฤษจ้ะ

 

 

 

 

Broken English : อยากมีรักรักมันก็ไม่มาหา

 

 

 

 

เรื่องย่อ : ผลงานกำกับครั้งแรกของ Zoe Cassavetes ลูกสาวของเจ้าพ่อหนังอิสระ John Cassavetes และนักแสดงระดับเจ้าแม่ Gena Rowlands นำเสนอเรื่องรักแบบขำๆ ของ Nora Wilder (Parker Posey ราชินีหนังอินดี้ยุค 90) หญิงสาวสติแตกเพราะทุกคนรอบกายเธอไม่แต่งงานก็มีลูกแล้ว เธออยู่ในวัยสามสิบปี ทำแต่งานอย่างเดียว แถมยังมีแม่ที่คอยเตือนถึงภาวะขึ้นคาน มันช่างแตกต่างจากเพื่อนสนิทของเธอเหลือเกิน แต่หลังจากนัดบอดหลายครั้งที่ลงท้ายด้วยหายนะ Nora ก็ได้พบกับหนุ่มฝรั่งเศสสุดหล่อ ที่ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างที่มากกว่าคำว่ารัก

 

 

เลือกที่จะดูหนังเรื่องนี้เพราะอยากดูการแสดงของ Parker Posey ที่เคยมีคนกล่าวว่าเธอคือ จูเลีย โรเบิร์ตของวงการหนังอินดี้ แต่เราไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ Parker Posey มีดีกว่านั้นเยอะ ... สำหรับใน Broken English มีส่วนผสมอันหลากหลาย ทั้งการเป็นหนังคอเมดี้ของหญิงวิตกจริต หนังค้นหารักแบบโรแมนติกๆ และหนังเหงาๆ

 

 

นี่เป็นหนังที่เหมาะเหลือเกินกับคนที่เคยมีรักแบบ One night stand หรือรักช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ ที่สุดท้ายก็ต้องจากกันไปไกล ทั้งที่ต่างก็มั่นใจว่าเราคือตัวจริงของกันและกัน ... และก็เหมาะกับนักล่ารักทั้งหลาย นี่เป็นหนังที่จะเติมเต็มความฝันอันเลื่อนลอยว่าสักวันจะเจอคนดีๆ ได้ดีเลยล่ะ

 

 

* Broken English มีฉายอีกครั้ง วันอาทิตย์ ที่ 22 รอบ 13.30 น. หนังพูดภาษาอังกฤษปนฝรั่งเศส ไม่มีซับจ้ะ

 

 

 

 

The Competition : นาทีที่ยิ่งใหญ่

 

 

 

เรื่องย่อ : สารคดีติดตามการคัดเลือก 8 คนสุดท้ายที่จะเข้าประกวดสุดยอดวาทยกรโลกที่ คาเนกี้ ฮอลล์ กรุงนิวยอร์ก การแข่งขันเริ่มตั้งแต่ระดับภูมิภาคในมหานครต่างๆ เช่น ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน จนถึงอินเดียนาโพลิส การก้าวไปสู่ความเป็นเลิศได้นั้น นอกจากความสามารถแล้วพวกเขายังต้องรับมือกับความกดดันได้ด้วย

 

 

เป็นหนังที่ทำโดยคนอเมริกันที่คนไทยอย่างเราๆ น่าจะภูมิใจ เพราะหนึ่งใน 8 คนที่เข้ารอบสุดยอดวาทยกรระดับโลกนั้น มีคุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรชาวไทยอยู่ด้วย หนังเล่าเรื่องได้สนุก และน่าประทับใจมาก

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบว่า วาทยกรมีความสำคัญกับวงแค่ไหน มันไม่ใช่แค่การตวัดไม้ไปมา แต่มันคือจิตวิญญาณของดนตรี ข้อน่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือ ช่วงแรกของหนังไม่ค่อยให้ความสนใจกับผู้เข้าแข่งขันชาวเอเชียเลย จนกระทั่งคนเอเชียเข้ารอบถึง 3 คน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และไทย นั่นล่ะ สารคดีเรื่องนี้ถึงเริ่มมาสนใจชาวเอเชียบ้าง

 

 

มีประโยคหนึ่งช่วงท้ายๆ สารคดีที่จี๊ดโดนใจมาก จากคุณบัณฑิต ตอนเข้ามาแข่งขันใหม่ๆ ผมคาดหวังจะได้อะไรหลายอย่างจากที่นี่ อยากได้นั้น อยากได้นี่มากมาย แต่มาถึงตอนนี้สิ่งที่ผมอยากได้คือสิ่งที่ง่ายที่สุด นั่นคือ สร้างสรรค์ดนตรีที่ไพเราะที่สุดให้กับโลก ใช่แล้วครับ วาทยกรเป็นผู้สร้างสรรค์ดนตรีจริงๆ

 

 

* The Competition มีฉายอีกครั้ง วันเสาร์ ที่ 28 รอบ 19.30 น. หนังพูดภาษาอังกฤษ มีซับภาษาไทยจ้ะ อ่อ รอบที่เราดู มี Q&A จากคุณบัณฑิตด้วย แต่เราไม่ได้อยู่ฟัง เพราะเหตุจำเป็นบางประการ เสียดายเหมือนกัน

 

 

 

หมายเหตุ : เรื่องย่อมาจากเอกสารข้อมูลจากงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ / รายละเอียดรอบฉายหนังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

เรื่องที่สองนี่น่าดู
โอ้
ซับอังกฤษ
เลิกพูดกัน
003125
22 ก.ค. 2550 เวลา 01:03 น.
หนังมานน่าดูมากมายเรยแหละ งุงิ
002135
22 ก.ค. 2550 เวลา 08:25 น.
พี่กายพาหนุไปดูหน่อยค่ะ
001974
22 ก.ค. 2550 เวลา 08:28 น.
อยากดู Freezone

ของ Natalie อะ

กับเรื่อง Shortbus

เรื่องนี้อยากดูมาก ได้ข่าวว่าแบบ......เออมเหอ
004797
22 ก.ค. 2550 เวลา 11:35 น.
อยากดูเรื่องสุดท้ายยย
000137
22 ก.ค. 2550 เวลา 12:34 น.
เคยอ่านหนังสือของคุณบัณฑิต แล้วประทับใจในแนวความคิด และความพยายามของเค้ามากๆเลยหล่ะเป็นตัวอย่างของคนไทยที่ดีคนหนึ่ง
002634
23 ก.ค. 2550 เวลา 15:12 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic