Ratatouille : มนต์รักปารีส#1

 

 

การเขียนไดอารี่ของผม มักจะมีช่วงที่เงียบหาย ขาดการติดต่อไปหลายๆ วันอย่างนี้เสมอๆ และผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนที่เขียนไดอารี่ก็คงจะเป็นเหมือนๆ กัน ... ช่วงที่ผ่านมาถือเป็นหายนะของอาชีพนักเขียนของผมอีกครั้ง กับ คอลัมน์สัมภาษณ์ ที่นับแล้ว ผมต้องสัมภาษณ์ผู้คนมากหน้าหลายตาถึง 18 คน กับ เวลา 1 เดือน เฮ่อ ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ผมก็เลยขอพักงานเขียนในทุกๆ รูปแบบเอาไว้ก่อน ซึ่งมันก็รวมถึงไดอารี่ด้วย

 

 

ในช่วงเวลาของการพัก เรามักจะต้องหาอะไรมาเติมเต็มสมองส่วนที่ถูกใช้งานไป หรือหาอะไรที่รื่นรมย์มาเติมพลังชีวิตที่ขาดหายไประหว่างทาง บางคนเลือกดูหนังบันเทิงๆ บางคนเลือกที่จะหาอะไรอร่อยๆ ลงไปกระเพาะ ... ผมเลือกทั้งสองอย่าง กับ Ratatouille แอนิเมชั่นจากดิสนีย์และพิกซาร์

 

 

เรื่องราวของหนูผู้เป็นที่รังเกียจอย่างสุดแสน และเป็นตัวอันตรายที่ต้องกำจัดให้สิ้นซาก เมื่อพบมันในครัว แต่หนูตัวนี้มันอยากเป็นพ่อครัว ผู้ปรุงอาหารในภัตตาคารหรูกลางกรุงปารีส และเมื่อมันร่วมมือกับหนุ่มน้อยที่เป็นเพียงคนเทขยะผู้ปรุงอาหารไม่เป็นเลย ส่วนผสมที่แตกต่างเช่นนี้ล่ะ คือ จุดเริ่มต้นของความสนุก และน่าประทับใจ สไตล์จากดิสนีย์และพิกซาร์

 

 

ไม่น่าแปลกใจที่เหล่านักวิจารณ์จะยกให้ Ratatouille เป็นหนึ่งหนังที่ดีที่สุดของปี 2007 ย้ำอีกที หนังที่ดีที่สุด ไม่ใช่ หนังแอนิเมชั่นที่ดีที่สุด ... ก็เพราะนอกจากงานด้านภาพที่วิจิตร ตระการตา ภาพกรุงปารีสยามค่ำคืน หอไอเฟลตระหง่านท่ามกลางแสงสี ชุมชนอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ อาหารเลิศรสที่ดูสมจริง จนเหมือนเราได้กลิ่นของมันแล้ว Ratatouille ยังเป็นส่วนผสมของบทที่ลึก มีมิติ ตัวละครสมจริง และมีความเป็นมนุษย์อย่างน่าเชื่อถือ

 

 

แก่นแท้ของหนังที่ว่าด้วย การเข้าใจและรู้ตัวว่าเราเป็นใครและต้องการทำอะไร และอะไรที่เราสามารถทำได้ ... เป็นเรื่องที่โดนใจใครหลายๆ คนได้ง่ายๆ เพราะผมเชื่อว่า ถึงวันนี้ เราผู้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีการมีงานทำแล้ว เรายังไม่รู้ตัวเลยว่า งานที่ทำอยู่คือสิ่งที่เราอยากจะเป็น และต้องการจะเป็นจริงหรือเปล่า เราสามารถทำสิ่งที่ต้องการจะเป็นได้จริงหรือไม่ และเราพยายามกับมันมากพอแล้วหรือยัง สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นคำถามของผู้คนในทุกยุคสมัยตลอดมา

 

 

ถ้าจะให้ยกเป็นฉากๆ ที่ผมประทับใจ มันก็คงเป็นไดอารี่ที่ยาวมากทีเดียว ... ผมขอเลือกที่จะเขียนถึงตัวละครแล้วกัน ตัวละครทุกตัวใน Ratatouille เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เท่าที่มนุษย์คนนึงจะเป็นได้ อย่างตัวหนูเรมี่ แม้จะเป็นหนู แต่ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกับมนุษย์ (โดยเฉพาะความคิดจิตใจ) มันต่างจากครอบครัว คุยกับพ่อไม่เคยรู้เรื่อง แม้จะมีพี่ชายที่เข้าใจมันแต่ก็ต่างกันอีกนั่นล่ะ มันไม่อยากเป็นขโมย แต่สุดท้ายเพื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องมันก็ยอมขโมยเล็กๆ น้อยมาแบ่งปัน มันมีความหงุดหงิดใจ มีความอวดเก่ง และโมโหโทโสเป็น ไม่ได้เป็นหนูที่ดีไร้ที่ติ และที่สำคัญ มันก็ยังรู้ตัวว่าตัวเองเป็นหนู .... ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมสำหรับผู้เขียนบท (แบรด เบิร์ด) เพราะเขาไม่ได้ยัดเยียดความเป็นมนุษย์ให้กับตัวละครที่เป็นหนู อย่างไม่ลืมหูลืมตา

 

 

อีกตัวละครที่น่าสนใจคือ อ็องตง อีโก้ นักวิจารณ์อาหารปากจัด ผู้มีอคติติดตัว ในตอนท้าย หนังได้เปิดเผยให้เห็นอีกด้านของเขา ซึ่งทำให้เขากลายเป็นตัวละครที่หลายคนหลงรักได้ไม่ยาก จนผมเองยังคิดว่า น่าจะมีแอนิเมชั่นอีกเรื่องเล่าเรื่องราวของตัวละครตัวนี้ ด้วยซ้ำ

 

 

สำหรับผม ระหว่างที่นั่งดู Ratatouille นอกจากเสียงเด็กๆ ที่เจี้ยวจ้าว เดินไปเดินมาในโรงหนัง แถมยังเอาศอกเอามือมากระแทกหัวผมจากด้านบนบ่อยๆ แล้ว พอหันไปดูพี่กาย (คุณสามี) ที่นั่งดูอยู่ด้วยข้างๆ ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และแววตาเป็นประกายแล้ว ก็อดยิ้มตามไม่ได้ ... เพราะนอกจากคราวนี้ผมจะได้พักผ่อนกับช่วงเวลาสั้นๆ ในโรงหนังแล้ว พี่กายเขาก็ได้พักเหมือนกัน ...

 

 

แต่คงจะดีกว่านี้ ถ้าเราได้ไปดินเนอร์หรูๆ สักมื้อในปารีส ... ตะเอง เก็บเงินไปปารีสกันม่ะ คริคริ

 

 

 


Ratatouille Main Theme : Michael giacchino

 

 

ชอบฉากอีโก้กินแรททาทุลแล้วน้ำตาไหล
แบบว่าคิดถึงฝีมือแม่อะไรเงี้ย

..

ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนหรือหนังญี่ปุ่น
ที่เกี่ยวกับการทำอาหาร
มักชูประเด็นเดียวกันนี้แหละ
คือ สิ่งสำคัญที่สุดในการทำอาหาร
คือการนึกถึงความรู้สึกของคนกิน
การทำให้คนกินมีความสุขที่สุดเนอะ
000080
13 ส.ค. 2550 เวลา 12:20 น.
เรื่องนี้ทำฉากเมืองปารีสสวยงามมากๆ

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน Pixar ไม่เคยทำให้ผิดหวัง (แต่ยังไม่ได้ดูเรื่อง Cars เลย)
001271
13 ส.ค. 2550 เวลา 13:06 น.
ดูการ์ตูน แล้วนึกย้อนไปเป็นเด็ก

แต่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลย
003053
14 ส.ค. 2550 เวลา 09:32 น.
ชอบอีโก้ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นตัวร้ายมิติเดียวที่ไหนได้ตอนจบกลับ....ซะงั้น

004797
14 ส.ค. 2550 เวลา 10:08 น.
ยังไม่ได้ดู๊ววววววววววววว
001563
14 ส.ค. 2550 เวลา 10:49 น.
เริ่มเก็บเงินวันล่ะสิบบาท อีกไม่เกิน 10 ปีก็ได้ไปปารีสกะดาร์ลิง....อ้อลืมไป ต้องวันละยี่สิบบาท เผื่อดาร์ลิงด้วยอีกคน....
TonyGuy
14 ส.ค. 2550 เวลา 14:30 น.
^
^
30 บาทเลย

เผื่อหนูด้วย ฮี่ๆๆๆ
000137
16 ส.ค. 2550 เวลา 12:17 น.
we are in diaryis.com family | developed by 7republic